Skip to content
โลโก้-รีวิวจริง
โลโก้-รีวิวจริง
บทความ สาระน่ารู้

QR Code ปลอม คืออะไร เตือนภัยก่อนโดนหลอกโอนไม่รู้ตัว!

July 18, 2025August 19, 2025
คำเตือน QR Code ปลอม

ทุกวันนี้ ไม่ว่าจะจ่ายค่าอาหาร รับส่วนลด หรือดูเมนูร้านค้า การสแกน QR Code กลายเป็นกิจวัตรที่เราทำเป็นประจำโดยไม่ทันคิดอะไร แต่เบื้องหลังความสะดวกนี้ ก็มีภัยเงียบที่หลายคนอาจคาดไม่ถึง นั่นคือ “QR Code ปลอม” ที่มิจฉาชีพสร้างขึ้นมาเพื่อหลอกขโมยเงินหรือข้อมูลส่วนตัวของเราในพริบตา บทความนี้ Reviewjing จะพาคุณไปเจาะลึกกลโกงที่แฝงอยู่กับ QR ปลอม พร้อมแชร์วิธีสังเกตและป้องกันอย่างเข้าใจง่าย เพื่อให้คุณใช้เทคโนโลยีได้อย่างมั่นใจ และไม่ตกเป็นเหยื่อแบบไม่รู้ตัวค่ะ

สารบัญ
  • QR Code ปลอม คืออะไร ทำงานอย่างไร?
  • 5 วิธีสังเกตและตรวจสอบก่อนสแกน QR Code ปลอม
  • เผลอสแกนและโอนไปแล้ว! ต้องทำอย่างไร?
  • สรุป
  • FAQ
ข้อผิดพลาดในการสแกนคิวอาร์โค้ด

QR Code ปลอม คืออะไร ทำงานอย่างไร?

QR Code ปลอม คือ คิวอาร์โค้ดที่มิจฉาชีพสร้างขึ้นให้ดูเหมือนของจริงทุกประการ ไม่ว่าจะเป็นหน้าตา ตำแหน่งที่แปะไว้ หรือข้อความประกอบ แต่แทนที่จะลิงก์ไปยังบัญชีร้านค้าจริงหรือเว็บไซต์ที่ปลอดภัย  มันกลับนำไปสู่บัญชีของมิจฉาชีพ หรือเว็บไซต์ปลอม (Phishing Site) ที่ถูกออกแบบมาเพื่อขโมยข้อมูลสำคัญ เช่น รหัสผ่าน เลขบัตร หรือข้อมูลทางการเงิน

ถ้าเราเผลอสแกนและทำธุรกรรมโดยไม่ทันสังเกต ก็เท่ากับว่าเราโอนเงินหรือมอบข้อมูลสำคัญให้กับมิจฉาชีพโดยตรงเลยค่ะ

กลโกงของมิจฉาชีพ ทำงานอย่างไร?

หนึ่งในวิธีที่พบบ่อยและอันตรายที่สุดคือ “การแปะทับ” ค่ะ มิจฉาชีพจะพิมพ์ คิวอาร์โค้ดปลอมของตัวเองลงบนสติกเกอร์ แล้วนำไปแอบแปะทับ QR Code จริงตามสถานที่ต่าง ๆ เช่น ร้านค้า ตู้กดน้ำ หรือป้ายประกาศสาธารณะ

พอเราสแกน แอปธนาคารจะโชว์ชื่อบัญชีของคนร้ายแทน โดยที่หน้าตาอาจดูเหมือนของร้านเป๊ะ ๆ ถ้าเราไม่ทันสังเกตและเผลอกดยืนยัน เงินก็จะถูกโอนไปให้มิจฉาชีพทันทีแบบไม่รู้ตัวเลยค่ะ

การชำระเงินผ่านมือถือด้วยคิวอาร์โค้ด

5 วิธีสังเกตและตรวจสอบก่อนสแกน QR Code ปลอม

วิธีสังเกตและตรวจสอบก่อนสแกน QR Code มีดังนี้ค่ะ

ตรวจสอบความเรียบร้อยของสติกเกอร์

ก่อนสแกน QR Code ลองสังเกตหรือลูบดูบริเวณโค้ดสักนิดค่ะ ถ้ามีลักษณะเหมือนถูกแปะทับ เช่น ขอบเผยอ มีรอยลอก หรือผิวไม่แนบสนิทกับป้าย ระวังไว้ว่าอาจเป็นของปลอม เพราะปกติร้านค้ามักพิมพ์ QR Code ลงบนป้ายโดยตรง ไม่ได้ใช้สติกเกอร์แปะทับแบบนี้

สังเกต “ชื่อผู้รับ” ทุกครั้งหลังสแกน

ขั้นตอนนี้สำคัญมากค่ะ หลังจากสแกนเพื่อจ่ายเงิน อย่าเพิ่งรีบกดยืนยัน ให้ตรวจสอบชื่อบัญชีผู้รับเงินบนแอปธนาคารก่อนเสมอค่ะ ชื่อต้องตรงกับชื่อร้านค้าหรือบริษัทที่เกี่ยวข้อง หากขึ้นเป็นชื่อบุคคลแปลก ๆ หรือชื่อที่ไม่คุ้น ให้กดยกเลิกทันที และแจ้งพนักงานเพื่อตรวจสอบ

URL แปลก ๆ หรือขอข้อมูลเยอะเกินไป อย่าพึ่งไว้ใจ QR Code ปลอม

QR Code บางแบบไม่ได้พาไปจ่ายเงิน แต่ส่งเราไปเว็บไซต์ปลอมเพื่อหลอกเอาข้อมูลส่วนตัว หากลิงก์พาไปยังเว็บ ให้ดูว่า URL มีคำผิด ใช้โดเมนแปลก ๆ หรือดูไม่น่าไว้ใจหรือไม่ และถ้าเว็บนั้นขอข้อมูลสำคัญ เช่น รหัสผ่าน เลขบัตรประชาชน หรือรหัส PIN ให้ปิดทิ้งทันที ห้ามกรอกเด็ดขาด

โปรโมชันดีเกินจริงให้ระวัง

ถ้าเจอ QR Code พร้อมข้อความล่อตา เช่น “รับส่วนลด 90%” หรือ “สแกนรับของฟรี” โดยไม่มีเจ้าหน้าที่หรือป้ายทางการยืนยัน ให้ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนว่าอาจเป็นกับดัก มิจฉาชีพมักใช้ข้อเสนอเกินจริงเพื่อจูงใจให้คนหลงเชื่อแล้วสแกนค่ะ

สอบถามกับร้านค้าหรือบริษัทโดยตรง

หากไม่มั่นใจ QR Code ที่เจอ โดยเฉพาะในพื้นที่สาธารณะหรือไม่มีพนักงานดูแล แนะนำให้สอบถามกับร้านค้าหรือเจ้าหน้าที่ก่อนสแกนเสมอค่ะ เพียงแค่ถามให้แน่ใจ ก็ช่วยลดโอกาสตกเป็นเหยื่อได้มากแล้ว

การสแกนคิวอาร์โค้ดบนใบแจ้งหนี้

เผลอสแกนและโอนไปแล้ว! ต้องทำอย่างไร?

ถ้าเผลอสแกน คิวอาร์โค้ดปลอมและโอนเงินไปแล้ว อย่าเพิ่งตกใจค่ะ รีบทำตามขั้นตอนนี้โดยเร็วที่สุด

  1. รวบรวมหลักฐาน
    แคปหน้าจอการโอนเงิน, สลิป, รูป QR Code (ถ้ามี) และข้อมูลบัญชีของมิจฉาชีพให้ครบถ้วนที่สุด เพื่อใช้ประกอบการแจ้งความและยื่นเรื่องกับธนาคาร
  2. ติดต่อธนาคารทันที
    โทรหา Call Center ของทั้งธนาคารต้นทางและปลายทาง เพื่อขอ “อายัดบัญชีผู้รับเงิน” ผ่านบริการ AOC (Anti Online Crime) ยิ่งแจ้งเร็ว โอกาสตามเงินคืนยิ่งมากขึ้นค่ะ
  3. แจ้งความออนไลน์หรือที่สถานีตำรวจ
    เข้าเว็บไซต์ www.thaipoliceonline.com หรือไปที่สถานีตำรวจใกล้บ้านภายใน 72 ชั่วโมง พร้อมหลักฐานทั้งหมด เพื่อให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีและประสานงานกับธนาคารค่ะ

สรุป

แม้ QR Code จะทำให้ชีวิตสะดวกและรวดเร็วขึ้นมาก แต่ก็แฝงด้วยความเสี่ยงที่หลายคนอาจไม่ทันระวัง โดยเฉพาะ QR ปลอมที่มิจฉาชีพใช้หลอกให้โอนเงินหรือขโมยข้อมูลแบบแนบเนียน สิ่งที่ช่วยป้องกันได้ดีที่สุดคือ การมีสติทุกครั้งก่อนสแกน  แค่ “สังเกต” ว่า QR นั้นดูผิดปกติหรือเปล่า, “ตรวจสอบ” ชื่อผู้รับเงินก่อนโอน และ “สอบถาม” หากไม่แน่ใจ ก็ช่วยลดความเสี่ยงได้มากแล้วค่ะ

และถ้าใครชอบเรื่องราวใกล้ตัวที่เล่าแบบเข้าใจง่าย สนุก และไม่น่าเบื่อแบบนี้ อย่าลืมกดติดตาม Reviewjing ไว้ด้วยนะคะ  ส่วนใครที่กำลังมองหาทีมรับทำ SEO ที่เข้าใจทั้งเทคนิคและมุมมองคนอ่าน เราขอฝาก Wizdom ไว้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกค่ะ เพราะเราเชื่อว่าคอนเทนต์ดีอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีคนเจอด้วยถึงจะเวิร์ก!

FAQ

ตอนนี้ยังไม่มีแอปไหนที่สามารถตรวจจับ QR ปลอมได้แบบ 100% ค่ะ สิ่งที่ช่วยได้มากที่สุดยังคงเป็น “สายตา” และ “ความระมัดระวัง” ของเราเอง ลองใช้วิธีสังเกตต่าง ๆ ที่แชร์ไว้ข้างต้น จะช่วยป้องกันความเสี่ยงได้ดีมากเลยค่ะ

มักพบในจุดที่มีคนสแกนจ่ายเงินอยู่เป็นประจำ เช่น ร้านค้าริมทาง, ตลาดนัด, ตู้ขายของอัตโนมัติ หรือแม้แต่ป้ายโปรโมชั่นในที่สาธารณะ เพราะมิจฉาชีพมักเลือกจุดที่คนรีบ ๆ และไม่ทันสังเกตค่ะ

หลังสแกน ให้ดูชื่อ “ผู้รับเงิน” ที่ปรากฏในแอปธนาคารก่อนกดยืนยัน ถ้าเป็นชื่อร้านค้าที่เรารู้จัก ก็ถือว่าปลอดภัยในระดับหนึ่ง แต่ถ้าเห็นเป็นชื่อบุคคลแปลก ๆ หรือไม่เกี่ยวข้องกับร้านนั้นเลย ให้สงสัยไว้ก่อนว่าอาจโดนหลอกแล้วค่ะ

Post Views: 592

Post navigation

Previous Previous
จิ้งจกสามารถงอกหางใหม่ได้กี่ครั้ง? แล้วใช้เวลานานแค่ไหน?
NextContinue
สอนใช้ AI สร้างภาพ ตั้งแต่เริ่มต้น มือใหม่ก็ทำได้ใน 5 นาที

เรื่องเด่นวันนี้

รู้จัก Entrepreneurial Mindset และ 8 วิธีปรับ Mindset เจ้าของธุรกิจพาธุรกิจสู่ความสำเร็จ!

รู้จัก Entrepreneurial Mindset และ 8 วิธีปรับ Mindset เจ้าของธุรกิจพาธุรกิจสู่ความสำเร็จ!

วิธีเลือกบริษัทการตลาดคลินิกความงามที่จริงใจ

วิธีเลือกบริษัทการตลาดคลินิกที่จริงใจ

7 เทคนิคสร้างแบรนด์ง่าย ๆ ให้ปังที่เจ้าของธุรกิจต้องรู้ ในยุคดิจิทัล

7 เทคนิคสร้างแบรนด์ง่าย ๆ ให้ปังในยุคดิจิทัล

แจก 12 ไอเดียทำ Content ที่แบรนด์ดังใช้ เห็นผลจริง

12 ไอเดียทำ Content สร้าง Engegement เริศ ๆ

สอนใช้ AI สร้างภาพสำหรับผู้เริ่มต้น

สอนใช้ AI สร้างภาพ ตั้งแต่เริ่มต้น มือใหม่ก็ทำได้ใน 5 นาที